อ่านให้ฟัง
03:26

ประตูอัตโนมัติเปิดออก สายลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศปะทะใบหน้าพร้อมกลิ่นน้ำมันเครื่องบินปนโลหะ เสียงประกาศเที่ยวบินแว่วมาจากลำโพงทั่วทั้งอาคารผู้โดยสาร เป็นช่วงไฟลท์ดึกของคืนวันศุกร์ ผู้คนเริ่มบางตาลงแล้ว ฉันยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินแห่งหนึ่งในสนามบินนานาชาติ รองเท้าส้นสูงเริ่มกัดเท้าจนปวด ปลายกะโหลกก็รั้งตามเวลาใกล้เที่ยงคืน เมื่อครู่นี้เพิ่งส่งผู้โดยสารชุดสุดท้ายขึ้นเครื่องไปเที่ยวบินระหว่างประเทศ ดวงตาของฉันเริ่มแสบจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าตลอดกะ พัดลมเพดานหมุนไหวช้าๆ ที่มุมตึก แต่ตอนนี้กลับไม่มีความรู้สึกใดนอกจากความเหนื่อยล้า อีกแค่ชั่วโมงเดียวก็จะไปส่งเวรได้แล้ว ลองคิดดูว่าเดี๋ยวกลับไปห้องแถวต้องนอนกอดหมอนใบเก่าอีกคืน “วันนี้เหนื่อยหน่อยนะครับน้อง” เสียงพี่เชฟจากร้านอาหารในสนามบินเดินผ่านแล้วทัก ฉันแค่ยิ้มแห้งๆ ให้ สบตากันแวบเดียวตำรวจสายตรวจที่เดินผ่านมาก็เหลือบมองเหมือนกัน ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร พี่เชฟขาประจำที่ชอบมาส่งขนมให้ทุกกะดึก ก่อนหน้านี้สองสามเดือนเขาเคยชวนไปกินข้าวที่โรงเตี๊ยมแถวบ้าน แต่ฉันปฏิเสธไปด้วยข้ออ้างว่ายุ่งเรื่องสอบวันเสาร์เรียนต่อ แต่คืนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไป ความรู้สึกหงุดหงิดอัดแน่นอยู่ในอก ยิ่งมองเครื่องบินที่แล่นขึ้นฟ้าผ่านกระจกบานใหญ่ที่ไม่ได้ล้างมาหลายวัน ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองติดอยู่ในกรอบเดิมๆ ตารางชีวิตที่ซ้ำซากทั้งเจ็ดวัน โต๊ะทำงานที่ยังมีคราบกาแฟเมื่อเช้าเปื้อนกระดาษส่วนตัวของลูกค้า แล้วทันใดนั้น ประตูผู้โดยสารขาเข้าชั้นสองฝั่งตรงข้ามเปิดออก ฝูงชนค่อยๆ ไหลออกมาจากสะพานเทียบเครื่องบิน ฉันไม่ได้สนใจอะไรนัก เพราะนั่นไม่ใช่ไฟลท์ที่ฉันดูแล แต่ก็อดมองเผลอๆ ไม่ได้ สายตากวาดไปตามฝูงชนที่เดินออกมาอย่างอัตโนมัติ โดยเฉพาะนักธุรกิจหน้าตาล้าๆ กับนักท่องเที่ยวที่สะพายกระเป๋าเป้ จนกระทั่งร่างสูงคนหนึ่งเดินออกมาพร้อมกระเป๋าเดินทางสีดำมันวาว รูปร่างของเขาทำให้หัวใจฉันกระตุกอย่างรุนแรง เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีกรมท่าพับแขนขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นปลายแขนที่แข็งแรงและสักลายเส้นบางๆ เรียวที่ข้อมือข้างซ้าย ใบหน้าเขามีหนวดเครารกเล็กน้อย เหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่แววตาคมยังคงเดิมไม่เปลี่ยน ผมจำเขาได้ทันที คศ. ผู้ชายคนนั้นที่หายไปจากชีวิตฉันเมื่อสามปีก่อนหลังจากคืนที่บ้านพักตากอากาศของเพื่อนตอนเรียนปีสาม เขาคือคนที่ทิ้งรอยเย็นไว้ที่หัวไหล่ฉันในคืนนั้น และจากไปพร้อมกับควันบุหรี่โดยไม่บอกลา ตั้งแต่เช้ามืดวันนั้นฉันไม่เคยเห็นเขาอีกเลย ตอนนั้นเราเป็นนักศึกษาทุนเหมือนกัน ต่างเพียงเขาเรียนวิศวะ ส่วนฉันเรียนมนุษย์ เขาเป็นคนเงียบๆ ขรึม ชอบนั่งสูบบุหรี่คนเดียวตรงมุมสนามหลังตึกคณะ เราเคยมีอะไรกันหลายครั้งหลังเลิกเรียน ตอนที่แสงไฟในห้องสมุดสลัวและเสียงฝนตกหนักข้างนอก แต่ไม่เคยถามกันว่ามันคือความสัมพันธ์อะไร ในวันนั้นที่บ้านตากอากาศ ฉันจำได้ว่าฝนเทลงมาไม่หยุดทั้งคืน ร่างกายของเขาใหญ่โตและร้อนแรงกว่าทุกครั้ง ริมฝีปากทาบลงบนคอของฉันก่อนลิ้นจะเลียไปตามซอกคอที่เปียกเหงื่อ เราจูบกันรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก มือของเขาล้วงเข้าไปใต้เสื้อกันหนาวของฉันแล้วบีบหัวนมผ่านเนื้อผ้าบางๆ ทำให้ฉันครางออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาพูดอะไรบางอย่างข้างหูเป็นภาษาอังกฤษติดสำเนียง ฉันจำไม่ได้หรอกว่าเป็นภาษาอะไร แต่ตอนนั้นความต้องการทางกายมันถาโถมเข้ามาจนสมองตื้อไปหมด ฉันรู้สึกถึงลิ้นของเขาที่เลียไปตามหู แล้วลากยาวลงมาถึงซอกคอจนถึงหน้าอก เขาปลดกระดุมเสื้อของฉันทีละเม็ดช้าๆ เหมือนกำลังทรมานจิตใจกับความรวดร้าวของความเร่าร้อน และในคืนนั้นเขาเย็ดฉันอย่างบ้าคลั่งบนฟูกเก่าๆ กลิ่นชื้นของความเก่าสะสม เสียงฝนตกหนักกลบเสียงครางของฉัน เสียงเตียงดังเอี๊ยดอ๊าดประสานกับจังหวะที่รากของเขากระแทกหีฉันจากด้านหลัง ฉันกอดหมอนไว้แน่น รู้สึกว่าหีเริ่มเปียกมากขึ้นทุกครั้งที่ควยของเขาเสียบเข้าไปลึกจนถึงปลายมดลูก เขาจับเอวฉันไว้แน่น แล้วเร่งจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆ หนังควยเสียดสีกับผนังช่องคลอดที่อ่อนนุ่มจนเกิดน้ำหล่อลื่นสีขาวข้นไหลออกมาตามขา ฉันเงี่ยนจนแทบคลั่งจากความหิวกระหายที่สะสมมาเป็นเดือนในหอพัก สะโพกกระแทกสวนกลับไปกับแรงเย็ดของเขาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ฉันเสียวจนแทบลอย ร่างกายสั่นเทาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า น้ำหีค่อยๆ ไหลทะลักออกมาเมื่อถึงจุดสุดยอด เขาก็ปล่อยน้ำควยข้นเหนียวเข้าไปในหีของฉันเต็มๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนอนข้างๆ หอบหายใจหนักหน่วง เช้าวันนั้นฉันตื่นขึ้นมากลางเตียงที่ว่างเปล่า มีเพียงกลิ่นของควันบุหรี่กับน้ำหีแห้งติดอยู่บนผ้าปูที่นอน ไม่มีแม้แต่ข้อความบอกลา ใครจะไปรู้ว่าตลอดสามปีที่ผ่านมาฉันเก็บความทรงจำนั้นไว้ในใจ เก็บความโกรธและความเจ็บปวดไว้จนลืมไปแล้วว่ารสสัมผัสของเขามันรู้สึกอย่างไร และตอนนี้เขากำลังเดินตรงมาทางที่ฉันยืนอยู่ ประสานสายตามองฉันนิ่ง ก่อนจะหยุดที่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอินของฉันพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากข้างเดียว “ยังทำงานอยู่แถวนี้เหรอ” เขาถามเสียงทุ้มต่ำเหมือนกับเมื่อก่อนทุกประการ แค่ปลายจมูกก็สามารถรับกลิ่นหอมที่คุ้นเคยจากการอาบน้ำในเครื่องบินได้ หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบกระโดดออกจากซี่โครง ฉันพยักหน้าช้าๆ พยายามรักษาความสงบ ปากก็ถามไปแบบไม่คิด “กลับมาเยี่ยมบ้านหรือเปล่า” รู้ตัวอีกทีก็จ้องดูริมฝีปากเขาเหมือนไม่รู้จักพอ “ไม่ใช่ กลับมาเพราะเรื่องหนึ่ง” เขาวางกระเป๋าลงที่พื้นแล้วเอนตัวพิงเคาน์เตอร์ ใช้นิ้วเคาะบนเคาน์เตอร์เบาๆ สามครั้ง “ตามหาคนที่หายไปสามปี” ความรู้สึกปวดหน่วงที่ท้องน้อยเริ่มกลับมาอีกครั้ง มือที่เย็นเฉียบของฉันจับปลายปากกาที่วางอยู่ให้แน่น สายตากวาดไปรอบๆ เพื่อดูว่าใครเห็นเราบ้าง แต่รอบตัวกลับเงียบว่างเปล่า พนักงานคนอื่นๆ ไปพักเบรกกันหมดแล้ว คืนนี้คงจะเป็นคืนที่ยาวนาน และดูเหมือนว่าความทรงจำที่ฝังลึกกำลังจะถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับความต้องการทางกายที่รอวันปะทุ เขาขยับเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นโคโลญจ์วนที่ฉันจำได้ขึ้นใจ มันทำให้จุกที่ท้องน้อยปูดบวมขึ้นมาทันที ราวกับร่างกายเริ่มตอบสนองก่อนที่สมองจะทันสั่งการ “สามปี” ฉันกระซิบกลับ เสียงแหบพร่า “แล้วคุณคิดว่ายังมีอะไรให้ตามหาอีกเหรอ” เขายิ้มมุมปากแบบนั้น มุมปากที่ทำให้หีฉันหมาดทุกครั้งที่เห็น “มีสิ อย่างน้อยก็อยากรู้ว่าความทรงจำของเรายังตรงกันไหม” มือของเขายื่นมาแตะที่ข้อมือฉันเบาๆ ผิวสัมผัสนั้นร้อนชื้น นิ้วที่เคยลูบไล้ไปทั่วร่างกายฉันเมื่อสามปีก่อน ตอนนี้กำลังแตะที่เส้นเลือดที่เต้นตุบๆ ฉันเงยมองรอบตัวอีกครั้ง ทางเดินฝั่งผู้โดยสารขาเข้าว่างเปล่า ไฟสลัว มีแค่เสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังหวีดหวิวเป็นระยะ ราวกับทั้งสนามบินถูกออกแบบมาให้ความทรงจำเก่าๆ กลับมาหลอกหลอนในเวลานี้ “ที่นี่มันไม่ใช่ที่” ฉันพูดเสียงแข็ง แต่เสียงแห้งในคอหอยหักหลังความตั้งใจ “เดี๋ยวหัวหน้ามาเห็น” “แล้วที่ไหนล่ะ” เขาถาม เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นใกล้ใบหูฉัน “ที่เดิม? หรือว่าคุณย้ายห้องแล้ว” ควยในกางเกงเขาน่าจะแข็งขึ้นมาแล้ว เพราะรอยนูนตรงเป้ากางเกงสแล็คสีเข้มเริ่มชัด ฉันจำสัมผัสของมันได้ดี มันคืออาวุธที่เคยทำให้ฉันนอนตัวงอทั้งคืนเมื่อสามปีก่อน “ห้องพักพนักงานชั้นสอง” ฉันบอกไปทั้งที่รู้ว่ามันผิด “ห้องเลขที่ 203 สิบบาทีฉันจะไป” เขาพยักหน้าแล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับ ฉันมองแผ่นหลังกว้างนั้นหายไปในประตูทางเดินฝั่งปฏิบัติการ ความเงี่ยนเริ่มพลุ่งพล่านในท้องน้อย มือที่ถือปากกาสั่นระริก ราวกับร่างกายกำลังเรียกร้องสิ่งที่มันเคยได้รับ สิบบาทีต่อมา ฉันเดินเข้าห้องพักที่แทบไม่มีใครใช้ตอนดึก ไฟสลัว กลิ่นน้ำหอมปนเหงื่อจากพนักงานที่ผ่านมา แต่คืนนี้มีกลิ่นอื่นที่คุ้นเคย เขานั่งอยู่บนเตียงแคบๆ มือวางบนขากางเกง สายตามองมาที่ฉันด้วยแววตาที่ทั้งคิดถึงและเจ้าเล่ห์ “มาแล้วเหรอ” ฉันไม่ตอบ เดินตรงไปปิดประตูแล้วล็อก แสงจากนอกหน้าต่างบานเล็กสาดเข้ามาเป็นริ้ว เสียงเครื่องบินขึ้นวิ่งอยู่ไกลๆ แต่ในห้องนี้มีแค่เราสองคนกับความทรงจำที่ยังไม่ตาย “ถ้าจะถามว่าคิดถึงไหม” ฉันพูดขณะถอดเสื้อคลุมยูนิฟอร์มออก “คิดถึงนะ แต่ไม่ใช่เพราะเธอ” “แล้วเพราะอะไร” เขาลุกขึ้นยืน เดินเข้ามาหา “เพราะควยเธอ” ฉันพูดพร้อมกับมือที่กดลงบนเป้ากางเกงของเขา สัมผัสความแข็งที่อุ่นระอุผ่านผ้า “ฉันคิดถึงตอนที่มันเสียบเข้ามาในหีฉัน แล้วก็… เงี่ยนทุกครั้งเลย” เขาครางต่ำในลำคอ มือดันฉันลงนั่งบนเตียง แล้วถอดกางเกงของตัวเองออก ควยที่ฉันจำได้ดีตั้งชันออกมา ปลายมันเปียกเยิ้ม น้ำใสๆ ซึมออกมาเล็กน้อย ฉันเห็นแล้วหีเริ่มเปียกตามไปด้วย “ถ้างั้นไม่ต้องรอ” เขาจับหัวควยถูไปมาที่ปากหีของฉันที่ยังใส่กางเกงในอยู่ “เดี๋ยวก็ได้รู้ว่าความทรงจำเมื่อสามปีก่อนยังตรงกันไหม” ฉันถอดกระโปรงยูนิฟอร์มกับกางเกงในออกทันที หีที่เปียกโชกเปิดออกมาให้เขาเห็น แคมทั้งสองข้างบวมแดง น้ำหีเริ่มไหลซึมลงมาเลอะที่นอนสีขาว เสียวตั้งแต่ยังไม่ทันไร เขาไม่รอช้า จับขาฉันกางออกแล้วเสียบควยเข้าไปในหีทันที โดยไม่มีการเล้าโลมเพิ่ม แต่มันพอแล้ว เพราะหีฉันมันอยากมานานแล้ว “อ่าา.. ควย..” ฉันครางออกมาเสียงดัง ร่างกายสั่นเทิ้มเมื่อควยแข็งๆ เสียบเข้ามาจนสุด รสชาติของความเคยชินกลับมาในพริบตา หีรัดตัวควยแน่นโดยอัตโนมัติราวกับมันจำทางได้ เขาขยับสะโพกเข้าออกเป็นจังหวะเร็ว ควยเสียบกระแทกเข้ามาทุกครั้งจนถึงโคน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเป็นจังหวะในห้องเงียบ เสียวจนฉันต้องกัดริมฝีปากตัวเอง “จำได้ไหม” เขากระซิบข้างหูขณะที่ควยยังเสียบไม่หยุด “ตอนนั้นเราทำแบบนี้ทุกคืนก่อนเธอขึ้นเวร” “จำ” ฉันตอบเสียงขาดห้วน “และฉันก็ยังจำได้ว่าตอนนั้นเธอทำให้ฉันเสียวจนขาสั่น” เขาหัวเราะในลำคอ แล้วเปลี่ยนท่า จับฉันคว่ำหน้าลงกับเตียง เปิดหีจากด้านหลัง ควยที่เปียกไปด้วยน้ำหีฉันเสียบเข้ามาอีกครั้ง แน่นขึ้น ลึกขึ้น จนฉันต้องกัดหมอนไว้ไม่ให้กรีดร้อง